27 กุมภาพันธ์ 2558

นโยบายของประธานสภาวิจัยแห่งชาติ


     สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมสภาวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช. 1 โดยรองนายกรัฐมนตรี  (นายยงยุทธ ยุทธวงศ์) ซึ่งได้รับมอบหมายและมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุมในการนี้ ประธานสภาวิจัยแห่งชาติได้มอบนโยบายด้านการวิจัย ดังนี้

       “นโยบายการวิจัยของชาติ ควรมุ่งเพื่อสร้างความรู้ใหม่และความสามารถของประเทศที่จะนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา เป็นนโยบายที่ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสนับสนุนทั้งจากสภาวิจัย และจากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่สนับสนุนการวิจัยในด้านต่างๆ และมีการดำเนินโดยหน่วยงานวิจัยที่เป็นของรัฐและเอกชนรวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาๆ โดยนโยบายนี้ควรมีความเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีกรอบแนวคิดแบบบูรณาการที่มีคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและยึดหลักปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

     ทั้งนี้ นโยบายจะต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมซึ่งมีเนื้อหาโดยย่อ ดังนี้
     - ตั้งเป้าหมายค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาให้ต่ำกว่าร้อยละ 1 ของรายได้ประชาชาติโดยมีสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70
-------------------------------------------------------------------------------------------
     -  เร่งเสริมสร้างมสังคมนวัตกรรมเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้กับการทำงานให้บุคลากรวิจัยภาครัฐสามารถนำไปทำงานในภาคเอกชน และให้อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมีช่องทางได้เทคโนโลยีโดยความร่วมมือจากหน่วยงานและสถานศึกษาภาครัฐ
-------------------------------------------------------------------------------------------
     - ปฏิรูประบบการให้สิ่งจูงใจระเบียบ และกฏหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการนำงานวิจัยและพัฒนาไปต่อยอดหรือใช้ประโยชน์ ผลักดันงานวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหน่วยงานวิจัยของรัฐและเอกชน
-------------------------------------------------------------------------------------------
     - ส่งเสริมให้การลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศมีการใช้ผลจากการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของไทยไม่เพียงแต่จะใช้เทคโนโลยีต่างประเทศ ส่งเสริมการใช้เครื่องมือ วัสดุ และสินค้าอื่นๆ ที่เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศในวงกว้าง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวย เพื่อสร้างโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ
-------------------------------------------------------------------------------------------
     - ปรับปรุงและจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาให้มีความพร้อม ทันสมัย และกระจายในพื้นที่ต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการตั้งศูนย์วิเคราะห์ ห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัย เป็นต้น 
-------------------------------------------------------------------------------------------
     การสานนโยบายการวิจัยเพื่อให้เป็นนโยบายที่ดี และมีความเชื่อมโยงดังที่กล่าวต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ปรับปรุงนโยบายเดิมที่ตั้งไว้ และเป็นที่น่ายินดีที่สภาวิจัยได้มีการดำเนินการปฏิรูประบบวิจัย รวมทั้งการทบทวนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2555-2559) ในด้านต่างๆ 

     ภายในการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาความก้าวหน้าและปัญหาต่างๆ ในการกำหนดนโยบาย การดำเนินงานตามนโยบายการวิจัยที่มีอยู่ โดยเน้นในเรื่องความสำคัญต่อทิศทางการวิจัยในอนาคต แนวทางใหม่ในการกำหนดแนวทางการวิจัย กลไกบริหารวิจัยแบบบูรณาการ มุ่งแก้ปัญหาเตรียมความพร้อมแนวทางพัฒนาเรื่องใหญ่ๆ อาจเรียกได้ว่า "ความท้าทายไทย" จึงได้ระดมความคิดเสนอดำเนินการโครงการ "ท้าทายไทย" หรือ "Grand Challenges Thailand"

    "Grand Challenges Thailand"  แนวคิดของ David  Hilbert นักคณิตศาสตร์ชื่อดังท้าทายเพื่อนนักคณิตศาสตร์ ด้วยการให้วิจัยแก้ปัญหาใหญ่ในคณิตศาสตร์ประมาณ 20 ข้อ เป็น "Grand Challenges in Mathematics" แม้ผลจะปรากฏว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่การท้าทายนี้ก็สร้างความคึกคักให้แก่วงการคณิตศาสตร์อย่างยิ่ง จนในที่สุด ยุคใหม่ Bill and Melida Gates ได้ตั้ง โครงการ "Grand Challenges in Global Health" เพื่อให้นักวิจัยทั้วโลกวิจัยเรื่องใหญ่ที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพของประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น โรคติดเชื้อ แมลงพาหะ การขาดอาหาร การทำน้ำสะอาดระดับครัวเรือน เป็นต้น
    โครงการท้าทายไทยจะมีข้อดี คือ นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาของไทยโดยนักวิจัยไทยแล้ว ยังมีความเชื่อมโยงกับประเทศที่มีโครงการ Grand Challenges อีกด้วย เป็นการสร้างเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติในขณะเดียวกัน

    กลไกในการบริหารโครงการใหญ่ที่มีการบูรณาการเช่นนี้ ควรเป็นกลไกใหม่ที่อาจจะพัฒนาขึ้น โดยเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ควรร่วมกันหารือแนวทางที่จะได้ข้อตกลง เรื่องหัวข้อวิจัย กลไกการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ ควรยึดหลักการ "ร่วมกันคิด แยกย้ายกันทำ" ให้ทุกองค์กรมีส่วนร่วมตามความถนัดของตน และสามารถบริหารโครงการตามแนวทางในส่วนของตนได้ 
-------------------------------------------------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย คณะทำงาน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
สื่อสิ่งพิมพ์ จดหมายข่าว วช. ปีที่ 10 ฉบับที่ 56 ประจำเดือน ธันวาคม 2557 - มกราม 2558
-------------------------------------------------------------------------------------------
ศูนย์สารสนเทศการวิจัย วช.
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น